Notice: Undefined variable: default_font in /var/www/kmcenter/kcresearch/km/templates/18215/styleloader.php on line 3 Notice: Undefined variable: side_column in /var/www/kmcenter/kcresearch/km/templates/18215/utils.php on line 40 Notice: Undefined variable: template_width in /var/www/kmcenter/kcresearch/km/templates/18215/utils.php on line 42 Notice: Undefined variable: template_width in /var/www/kmcenter/kcresearch/km/templates/18215/utils.php on line 45

องค์ความรู้จากการอบรมสัมมนา


คลังความรู้, -
นวัตกรรมสำนักวิจัยและพัฒนา
-
labyrinth weir
ฝายหยัก
radagate
RADAGATE
boat1
เรือเก็บผักตบชวาขนาดเล็ก
m_meter
เครื่องวัดความชื้นในดิน
prin_pump2
PRIN PUMP
prin_pump1
PRIN PUMP
tank
ถังบำบัดแบบไม่ใช้ออกซิเจน
weeder1
SAPRIN WEEDER
weeder2
SAPRIN WEEDER
อิทธิพลของปริมาณเกลือละลายชนิดต่างๆ ต่อสมบัติการกระจายตัวของดินจากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองค่าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ประภาพรรณ ซื่อสัตย์   
วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2012 เวลา 00:00 น.
อิทธิพลของปริมาณเกลือละลายชนิดต่างๆ ต่อสมบัติการกระจายตัวของดิน

จากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองค่าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ประภาพรรณ ซื่อสัตย์
1 และ วศัน สดศรี 2

1 2
ปัจจุบันตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ ชำนาญการ สังกัด กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน

e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

บทคัดย่อ :
การศึกษาอิทธิพลของเกลือละลายชนิดต่าง ๆ ต่อสมบัติการกระจายตัวของดินจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองค่าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มุ่งเน้นศึกษาอิทธิพลที่มีต่อการกระจายตัวของอนุภาคดินเหนียว เมื่อตัวอย่างดินถูกบดอัดตามมาตรฐาน proctor 100% และอิทธิพลที่มีต่อสมบัติการกัดเซาะเมื่อทดสอบด้วย pinhole test classification โดยศึกษาชนิดและปริมาณความเข้มข้นของเกลือไม่ให้ส่งผลกระทบคุณภาพน้ำอันเป็นอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์

ผลการศึกษาอิทธิพลของเกลือที่มีต่อการฟุ้งกระจายเมื่อตัวอย่างดินถูกบดอัดตามมาตรฐาน proctor 100% พบว่าโซเดียมคลอไรด์ 600 ppm ช่วยลดการฟุ้งกระจายของอนุภาคดินเหนียวกระจายตัวลงจนมีค่าความขุ่นเหลือเพียง 20 NTU (เกณฑ์อนุโลมสูงสุดของมาตรฐานคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค) จากความขุ่นที่สูงถึง 53,970 NTU ของตัวอย่างดินที่ถูกแช่ในน้ำกลั่น ส่วนค่าความนำไฟฟ้านั้นพบว่ามีค่า 1.61 mS/cm ในขณะที่โพแทสเซียมคลอไรด์ ความเข้มข้น 200 ppm ซึ่งมากกว่าค่าที่ตรวจพบได้ในแหล่งน้ำที่รับผลกระทบจากการทำนาเกลือ (ตามผลการศึกษาของชุติมา และคณะ, 2545) ก็สามารถลดการฟุ้งกระจายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ความเข้มข้นสูงสุดที่ 200 ppm แม้จะทำให้ความขุ่นของน้ำลดลงจนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่เป็นผลให้น้ำกระด้างมากยิ่งขึ้น

ทดสอบการกัดเซาะโดย pinhole test พบว่า เมื่อใช้สารละลายโซเดียมคลอไรด์ไหลผ่าน pinhole specimen การกระจายตัวของตัวอย่างดินลดลงอย่างเห็นได้ชัดตามลำดับความเข้มข้นของสารละลาย โดยตัวอย่างดินเริ่มไม่กระจายตัวเมื่อสารละลายโซเดียมคลอไรด์เข้มข้น 600 ppm แต่ยังคงมีขนาด pinhole specimen 1.5-2 เท่า หากเพิ่มความเข้มข้นเป็น 700 ppm จะไม่เกิดการกัดเซาะ (ขนาด pinhole specimen เท่าเดิม) และน้ำยังคงสามารถไหลผ่าน pinhole specimen ได้ แต่เมื่อความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์เพิ่มขึ้นเป็น 800 และ 900 ppmจะเกิดการอุดตัน pinhole อย่างถาวร ส่วนค่าการนำไฟฟ้าอันเป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณเกลือละลายในดิน พบว่ามีค่าต่ำและจะมีค่าเพิ่มขึ้นตามลำดับความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ที่เพิ่มขึ้น
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2012 เวลา 09:20 น.