องค์ความรู้จากการอบรมสัมมนา



นวัตกรรมสำนักวิจัยและพัฒนา
-
labyrinth weir
ฝายหยัก
radagate
RADAGATE
boat1
เรือเก็บผักตบชวาขนาดเล็ก
m_meter
เครื่องวัดความชื้นในดิน
prin_pump2
PRIN PUMP
prin_pump1
PRIN PUMP
tank
ถังบำบัดแบบไม่ใช้ออกซิเจน
weeder1
SAPRIN WEEDER
weeder2
SAPRIN WEEDER
สัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาเมล็ดพันธุ์วัชพืชที่แพร่ระบาดรุนแรง ในพื้นที่ชลประทานและแนวทางควบคุม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย นิศานาถ ละอองพันธ์   
วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2012 เวลา 00:00 น.

สัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาเมล็ดพันธุ์วัชพืชที่แพร่ระบาดรุนแรง ในพื้นที่ชลประทานและแนวทางควบคุม
นิศานาถ ละอองพันธ์ 1 และ ศิริพร บุญดาว 2
1 2 ปัจจุบันตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ ชำนาญการ สังกัด กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน
e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน


บทคัดย่อ : ศึกษาสัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาของเมล็ดไมยราบยักษ์ ? (Mimosa pigra L.) เมล็ดธูปฤาษี (Typha angustifolia L.) และเมล็ดสันตะวาใบพาย (Ottelia alismoides (L.) Pers.) พบว่าระยะสุกแก่ทางสรีรวิทยาของเมล็ดไมยราบยักษ์ ใช้เวลา 13 สัปดาห์หลังดอกบาน เมล็ดมีน้ำหนักแห้งสูงคือ 0.0090 กรัม ความชื้นเมล็ด 25 เปอร์เซ็นต์ ความแข็งแรงเมล็ดสูงสุด (ค่า relative electroconductivity ของเมล็ดต่ำสุดคือ 66.47 %) ความงอกเมล็ด 82.5 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดเปลี่ยนเป็นสีเขียวมะกอก ขนาดเมล็ด 0.23 ซม. x 0.43 ซม. เปลือกหุ้มเมล็ดประกอบด้วยกลุ่มเซลล์
ที่มีผนังหนาและแข็งแรง คือ scleried cell และ fiber cell มีสารเพคติน (pectin) และคิวติน (cutin) มาสะสมที่
ผนังเซลล์ใน 1 ฝักมี 17.63-20.50 เมล็ด ฝักเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ความชื้นฝักต่ำสุด 5.88 เปอร์เซ็นต์ ฝักแตก
เป็นท่อน ระยะสุกแก่ทางสรีรวิทยาของเมล็ดสันตะวาใบพาย ใช้เวลา 13 วันหลังดอกบาน เมล็ดมีน้ำหนักแห้งสูงสุด 0.489 กรัม/100 กรัมน้ำหนักสด ความชื้นเมล็ด 51.11 เปอร์เซ็นต์ ความงอกเมล็ด 94.98 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดเปลี่ยน
เป็นสีดำ เปลือกหุ้มเมล็ดชั้นนอก (epidermis) พัฒนาเป็นขนบาง ๆ ปกคลุมเมล็ดและมีสารเมือกห่อหุ้ม ใน 1 ฝักมี
2,100-4,300 เมล็ด ฝักจะแตกเมื่ออายุ 14-15 วันหลังดอกบาน ระยะสุกแก่ทางสรีรวิทยาของเมล็ดธูปฤาษี ใช้เวลา
6 สัปดาห์หลังดอกบาน น้ำหนักฝักแห้งสูงสุด 30.90 กรัม ความแข็งแรงเมล็ดสูงสุด (ค่า relative electroconductivity ของเมล็ดต่ำสุดคือ 29.52%) ความงอกเมล็ด 96 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ผลมีขนาดเล็ก 1 ผล
มี 1 เมล็ด ผลเป็นแบบ achene-like ความยาวผล 1-2.5 มม. ผลมีขนบาง ๆ (bristly hair) ที่พัฒนาจากส่วนของกลีบรวม (perianth) ขนยาว 5-7 มม. มีจำนวน 25-28 เส้น/ผล เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง เอ็นโดสเปิร์ม (endosperm) ส่วนใหญ่ เป็นไขมัน จำนวนเมล็ด/ฝัก 120,401-234,600 เมล็ด
เมื่อศึกษาเมล็ดไมยราบยักษ์ตกค้างในดิน ที่ระดับความลึก 5 ซม.จากผิวดิน พบว่ามีความหนาแน่น 2,355.55-8,744.44 เมล็ด/ตร.ม. ความมีชีวิต (seed viability) ของเมล็ด 88.68-98.33 เปอร์เซ็นต์ ที่ระดับความลึก 10 ซม.
จากผิวดิน มีความหนาแน่น 544.44-1,266.67 เมล็ด/ตร.ม. ความมีชีวิตของเมล็ด 48.75-82.98 เปอร์เซ็นต์
งหลังทำการควบคุมไมยราบยักษ์ด้วยวิธีต่าง ๆ จากทั้ง 6 แปลงพบว่า แปลงที่ 1 (ตัดตอ) มีเปอร์เซ็นต์การลดลง
ของเมล็ดตกค้างสูงสุดคือ 88.36% ผลการศึกษาการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอทและไกลโฟเสทต่อการเจริญเติบโต และการพัฒนาของฝักและเมล็ดไมยราบยักษ์ พบว่าทั้งพาราควอทและไกลโฟเสททำลายเฉพาะระยะฝักอ่อนเท่านั้น เมื่อศึกษาผลของสารกำจัดวัชพืชไดยูรอนต่อการงอกของเมล็ดสันตะวาใบพาย พบว่าเมื่อแช่ฝักในไดยูรอน
ความเข้มข้น 2, 4, 6 และ 8 ppm ไม่สามารถควบคุมการงอกเมล็ดสันตะวาใบพายได้ แต่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของต้นกล้า ฝักที่แช่ในไดยูรอนความเข้มข้น 6 ppm เมล็ดมีความงอกต่ำสุด 89.2% ดัชนีการงอก
ของเมล็ด 36.57 เมื่อแช่เฉพาะส่วนของเมล็ดในไดยูรอนพบว่าเมล็ดที่แช่ไดยูรอน ความเข้มข้น 8 ppm เป็นเวลา
2 วัน จะไม่งอก เมื่อแช่นาน 4 วัน เมล็ดงอกเฉพาะ radical ที่ทุกระดับความเข้มข้น จากการทดสอบความแข็งแรง
ของเมล็ด พบว่าเมล็ดที่แช่ในไดยูรอน ความเข้มข้น 8 ppm มีดัชนีการงอกต่ำสุดคือ 25 เมื่อศึกษาผลของการใช้
สารกำจัดวัชพืช ได้แก่ อะทราซีน ความเข้มข้น 5 และ 10 กรัม/ลิตร ไกลโฟเสท+อิมาซาเพอร์ อัตรา 0.5:1.5 ลิตร/ไร่ พาราควอท+อิมาซาเพอร์ อัตรา 0.5:1.5 ลิตร/ไร่ ? พาราควอท+อิมาซาเพอร์ อัตรา 0.75:1.25 ลิตร/ไร่ พาราควอท+
อิมาซาเพอร์ อัตรา 1:1 ลิตร/ไร่ และอิมาซาเพอร์ 2% ต่อการงอกของเมล็ดธูปฤาษี 2 ระยะ คือเมล็ดสีเขียว
และสีน้ำตาล พบว่า อะทราซีน ความเข้มข้น 5 และ 10 มิลลิกรัม/ลิตร ไม่สามารถควบคุมการงอกของเมล็ดธูปฤาษีได้
โดยเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดสีเขียว 16.18 และ 6.94 ตามลำดับ ดัชนีการงอกของเมล็ด 0.81 และ 0.35
ตามลำดับ เปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดสีน้ำตาล 10 และ 2 ตามลำดับ ดัชนีการงอกของเมล็ด 0.50 และ 0.10
ตามลำดับ สำหรับผลของสารกำจัดวัชพืชที่ใช้ควบคุมกำจัดธูปฤาษีในบ่อทดลองและคลองระบายต่อการงอก
ของเมล็ด พบว่า สารผสมกลูโฟสิเนทแอมโมเนียม+อิมาซาเพอร์ (0.75+2.5) และพาราควอท+อิมาซาเพอร์
(0.5+2.5) สามารถควบคุมการงอกของเมล็ดได้หลังฉีด 28 วัน และให้ผลเช่นเดียวกันเมื่อใช้สารผสมพาราควอท+

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2012 เวลา 16:47 น.